รายละเอียดแห่งความท้าทาย
เริ่มกันที่
หลุม 1 พาร์ 4 ระยะ 322 หลา ตีลงเนินนิดหน่อยวางตัวไปทางซ้าย ใช้เหล็กสั้นขึ้นกรีนสบายๆ
หลุม 2 พาร์ 4 ระยะ 338 หลา เป็นพาร์ที่ไม่ยาวเหมือนเดิมตีไปทางซ้ายใช้เหล็กสั้นขึ้นกรีนเช่นเดิม
สองหลุมนี้อย่าพลาดตอนขึ้นกรีน เพราะถ้าไม่ออนธรรมชาติของทรายที่เหนียวหนึบพร้อมจะลงโทษทันที
หลุม 3 พาร์ 5 ระยะ 510 หลา ตีลงเนินเช่นเดิมไดร์ฟออกไปบีบเล็กน้อยเพราะมีน้ำขวางตลอดแนวขึ้นช๊อต
2 ด้วยหัวไม้หรือเหล็กยาวว่ากันตามกำลังวางตัวด้านซ้ายของแฟร์เวย์
ช็อต3 สามารถขึ้นกรีนด้วยเหล็กสั้นแบบสบายๆ
หลุม 4 พาร์ 3 ระยะ 149 หลา ตีลงเนินข้ามน้ำ
ระวังน้ำด้านขวาขอบกรีน ระยะหลอกลดเหล็ก
อย่างน้อยหนึ่งเบอร์ กรีนเร็วกว่าปกติ
ขึ้นลงมีผลกับการพัตมากไลน์ซ้ายหรือขวามีมากกว่าหนึ่งหลุม
หลุม 5 พาร์ 5 ระยะ 530 หลา ตีลงเนินไปทางซ้าย
ช็อต 2 ตีหัวไม้ได้เต็มกำลัง ช็อต 3 ค่อนข้างบีบที่จะขึ้นกรีนเพราะมีบังเกอร์และต้นไม้สภาพกรีนเรียบๆ
ขึ้นกรีนดีโอกาสเบอร์ดี้นั้นมีสูง
หลุม
6 พาร์ 4 ระยะ 419 หลา เล็งต้นมะขามวางตัวทางด้านขวา
ตีไปทางซ้าย ถ้าตีสั้นหรือวางตัวผิดตำแหน่ง
ช็อต 2 ต้องแบ่งกันสุดขั้วหรือต้องเป็นนักเลงหัวไม้อีกกับช็อตขึ้นกรีนหลุมนี้นับว่าเป็นหลุมยาก
และท้าทายกับความสามารถของนักกอล์ฟทรายรอบกรีนนับเป็นตัวหลักที่จะตัดแต้มสำหรับนักกอล์ฟที่ตีไม่ตรง
หลุม 7 พาร์ 3 ระยะ 185 หลา ตีขึ้นกรีนมีน้ำขวางตลอดแนว
มีบังเกอร์ขวาของกรีนบีบเล็กน้อย ให้จำไว้ว่าหลุมนี้ต้องตีขึ้นเขา
หลุม 8 พาร์ 4 ระยะ 390 หลา ตีลงเนินเล็กน้อย
นักกอล์ฟจะได้แอพโพรชขึ้นกรีนง่ายๆ อีกหลุมหนึ่ง
หลุม 9 พาร์ 4 ระยะ 428 หลาไดร์ฟเล็งต้นไม้ด้านซ้าย
วางตัวด้านขวา ของด็อกเลค แน่นอนว่าหลุมนี้ต้องขึ้นกรีนด้วย
เหล็กยาวเพื่อออนกรีน ตัวฉุดแต้มก็คือทรายทั้งซ้าย
ทั้งขวาของกรีนเช่นเดิม
หลุม 10 พาร์
5 ระยะ 530 หลา ตีขึ้นเนินบังเกอร์ด้านขวามือช็อต
2 ใช้หัวไม้หรือเหล็กยาวตีวางตัวทางด้านขวาของแฟร์เวย์
ช็อต 3 บีบด้วยต้นไม้ซ้ายขวาและบังเกอร์ซ้าย
ถ้าวางตัวด้านซ้ายต้องตีแก้ไขโดยการตีข้ามต้นไม้หรือตีลอดต้นไม้สภาพกรีนขึ้นลงตามธรรมชาติ
บังเกอร์มีรอบทิศ
หลุม 11 พาร์ 4 ระยะ
335 หลา ตีลงเนินเล็กน้อยค่อนข้างบีบเล็กน้อยด้วยบังเกอร์ซ้ายขวา
ช็อต 2 สามารถใช้เหล็กสั้นแอพโพรชขึ้นกรีนอย่างสบายโอกาสพาร์
หรือเบอร์ดี้นั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม
หลุม
12 พาร์ 3 ระยะ 175 หลา เหล็กกลางหรือเหล็กยาวตามกำลังของนักกอล์ฟแต่ละคน
แต่ให้จำไว้ว่าหลุมนี้จะเผื่อเหล็กขึ้นอีกหนึ่งเบอร์ในสภาพที่มีลมตามปกติ
เพราะกรีนนั้นวางหลอก ซ้ำยังขึ้นเขาอีกต่างหาก
แค่ออนเซฟพาร์ได้ก็นับว่าประสบความสำเร็จสำหรับเกมพาร์
3 ในหลุมนี้
หลุม 13 พาร์ 4 ระยะ 337
หลา ตีขึ้นเนินเล็งบังเกอร์กลางซ้ายมือ
ช็อต 1 บีบด้วยน้ำและป่า สภาพกรีนปกติ บังเกอร์มี ทั้งซ้ายและขวาของกรีน
หลุม
14 พาร์ 4 ระยะ 318 หลา ตีลงเนินเล็งต้นตะไล
ด้านซ้ายมือ ช็อตหน้ากรีนบีบเล็กน้อยมีน้ำขวางตลอดสภาพกรีนค่อนข้างเร็ว
ช็อต 1 บีบด้วยน้ำและป่ากรีนมีสภาพปกติไม่ขึ้น
หรือลงมากเกินไป บังเกอร์ทรายมีแฟร์เวย์บีบหน้ากรีน
และยังมีน้ำขวางตลอดแนวสภาพกรีนค่อนข้างเร็ว
หลุม 15 พาร์ 5 ระยะ 489 หลา ควรตีวางด้วยเหล็กยาว
ช็อต 2 ตีเบียดด้านซ้ายตัดด๊อกเลควางตัว
ช็อต 3 ใช้เหล็กสั้นเพื่อออนกรีน ให้ระวังบังเกอร์ทรายรอบทิศของหลุมนี้
หลุม 16 พาร์ 3 ระยะ 185 หลา ตีลงเนิน
สภาพกรีนเร็ว บังเกอร์ซ้ายขวา
หลุม 17
พาร์ 4 ระยะ 374 หลา เล็งไปทางต้นหมกที่อยู่ในแนวแฟร์เวย์ระยะ
150 หลา ตีขึ้นเนินนักกอล์ฟ สามารถวางด้วยเหล็กยาว
ในช็อตแรกแล้วใช้เหล็กสั้นขึ้นกรีน หลุมนี้คิดก่อนตี
วางแผนให้ดีทำให้สกอร์ไม่เสียหาย
หลุม
18 พาร์ 4 ระยะ 413 หลา ต้นไม้แนวด้านซ้ายบีบมากๆ
แต่ก็ต้องเบียดซ้ายให้มากที่สุด เพราะถ้าขืนออกขวามากไปนั้นจะเป็นป่าหรือไม่ก็หลุมทรายในช็อต
2 ทันที ขึ้นกรีนต้องขึ้นเนินเล็กน้อย
พัตต์หลุมนี้ให้ระวังไลน์นั้นเยอะมากถ้าการเจาะหลุมอิงเนิน
พัตต์ดีมีชัยแน่นอน |